สอนติดตั้ง Raspbian OS ลงบน micro SD card ด้วยโปรแกรม Etcher

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาสอนติดตั้งระบบปฏิบัติการ Raspbian ลงบน micro SD card เพื่อนำไปใช้กับบอร์ด Raspberry Pi กันครับ ซึ่งในบทความนี้จะไม่รวมการตั้งค่า raspi-config เมื่อเปิดเครื่องครั้งแรกนะครับ, ก่อนเราจะเริ่มลงมือทำ เรามาเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือที่ต้องใช้กันก่อนครับ
Raspberry Pi 2 Bundle

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. micro SD card สำหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการ Raspbian ลงไป
    • แนะนำให้ใช้เป็นยี่ห้อ SanDisk ครับ (เป็นความชอบส่วนบุคคล)
    • Class ให้เลือกเป็น Class 10 จะได้ไม่มาหงุดหงิดเรื่องความเร็วทีหลังครับ
    • ความจุจะเอากี่ GB ก็แล้วแต่การนำไปใช้งานครับ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเอาไปใช้งานอะไรบ้างก็ให้เลือกเป็น 16GB ก็ได้ครับ เพราะว่าตั้งแต่ 8GB ลงมาน่าจะหาซื้อยากแล้ว
    • ยิ่งเราเลือกรุ่นที่ความเร็วในการอ่าน/เขียนเยอะมากเท่าไหร่ ราคาก็จะยิ่งสูงครับ
    • อ้อ! เลือกอันที่มี SD Adapter แถมมาด้วยก็ดีนะ (ตัวแปลง micro SD card เป็น SD card แบบธรรมดา)
    • คลิ๊กที่นี่เพื่อเลือกซื้อ micro SD card ผ่านเว็บไซต์ Advice
  2. External Card Reader (กรณีคอมฯ ไม่มีช่องเสียบ SD card/micro SD card หรือว่ามีแต่ใช่การไม่ได้) – หากลองเช็คคอมฯ ตัวเองดู แล้วพบว่าไม่มีช่องเสียบ SD card หรือ micro SD card หรือว่ามีแต่ใช้การไม่ได้ ให้ซื้อ External Card Reader (ตัวแปลง SD card/micro SD card เป็นพอร์ต USB) เตรียมไว้ด้วยครับ คลิ๊กที่นี่เพื่อเลือกซื้อ External Card Reader ผ่านเว็บไซต์ Advice
  3. ไฟล์ระบบปฏิบัติการ Raspbian (Raspbian Image) – ดาวน์โหลดไฟล์ระบบปฏิบัติการ Raspbian ที่เราจะใช้ติดตั้งลงไปบน micro SD card มาเตรียมไว้ด้วยครับ คลิ๊กที่นี่เพื่อไปหน้าดาวน์โหลด Raspbian เวอร์ชั่นล่าสุด
  4. โปรแกรม Etcher ใช้สำหรับติดตั้ง Raspbian Image ลงบน micro SD card – จริงๆ แล้วโปรแกรมประเภทนี้มีให้ใช้หลายตัวครับ, แต่ว่าโปรแกรม Etcher มันเจ๋งกว่าโปรแกรมตัวอื่นตรงที่มันมีให้ใช้ได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows, macOS และ Linux ครับ แปลว่าไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้ระบบปฏิบัติการยอดฮิตตัวไหน คุณก็สามารถทำตามบทความนี้ด้วยวิธีเดียวกันได้ไม่ยากครับ คลิ๊กที่นี่เพื่อไปหน้าดาวน์โหลด Etcher

ขั้นตอนการติดตั้ง Raspbian Image ลงบน micro SD card

หลังจากที่เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือกันพร้อมแล้ว เราก็มาเริ่มติดตั้ง Raspbian Image ลงบน micro SD card กันได้เลยครับ

ขั้นแรกให้เปิดโปรแกรม Etcher ขึ้นมาก่อนครับ หน้าตาโปรแกรมตอนเปิดขึ้นมาจะได้แบบนี้ครับ

มาถึงตรงนี้หลายๆ คนคงจะร้องอ๋อแล้วครับ ว่าต้องทำยังไงต่อ เพราะหน้าตาโปรแกรมมันบอกซ๊ะขนาดนั้น การใช้งานหลังจากเปิดโปรแกรมขึ้นมามีแค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้นครับ

ขั้นตอนที่ 1

กดปุ่ม Select Image จากนั้นเลือกไฟล์ Raspbian Image ที่เราโหลดมาเป็นไฟล์ .zip ครับ เช่น 2017-09-07-raspbian-stretch.zip (ถ้าเป็นโปรแกรมอื่นๆ ส่วนใหญ่จะต้อง unzip ให้ได้ไฟล์ .img ออกมาก่อนครับ)

ขั้นตอนที่ 2

เสียบ micro SD card เข้ากับคอมฯ เลยครับ อาจจะใช้ SD Adapter หรือ External Card Reader อันนี้ก็แล้วแต่ครับ

พอเสียบ micro SD card เรียบร้อย ตัวโปรแกรมก็จะเลือกไดร์ฟ micro SD card ที่เราเพิ่งเสียบเข้าไปให้โดยอัตโนมัติครับ

*** กรณีเสียบที่ micro SD card, Flash Drive หรือ External HardDisk Drive ตัวอื่นๆ เอาไว้ให้กดปุ่ม Change แล้วเลือกไดร์ฟให้ถูกต้อง ให้เป็น micro SD card ที่เราเพิ่งเสียบเข้าไปครับ ย้ำนะครับ เลือกไดร์ฟให้ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นข้อมูลในไดร์ฟอื่นของคุณอาจสูญหายได้ โดยสังเกตได้จากความจุว่ากี่ GB และ Label ที่แสดงครับ หรือถ้าไม่มั่นใจจริงๆ ว่าที่เลือกอยู่ถูกตัวมั้ย ให้ดึงอุปกรณ์ประเภทเก็บข้อมูลตัวอื่นๆ ออกไปก่อนก็ได้ครับ ***

ขั้นตอนที่ 3

กดปุ่ม Flash! เพื่อเริ่มติดตั้ง Raspbian Image ลง micro SD card ได้เลยครับ ระยะเวลาติดตั้งก็ราวๆ 15นาที

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วโปรแกรมจะแจ้งว่า Flash Complete! หลังจากนั้นก็ถอด micro SD card ไปเสียบใช้งานกับ Raspberry Pi ได้เลยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

แบ่งปันสิ่งนี้บน

Raspberry Pi คืออะไร ?

Raspberry Pi คือ บอร์ดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Raspberry Pi Foundation มีคุณสมบัติเด่น คือ ติดต่อ และ ความคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้

Raspberry Pi 3 Model B
Raspberry Pi 3 Model B By Herbfargus (Own work) [CC BY-SA 4.0], via Wikimedia Commons
Raspberry Pi Zero
Raspberry Pi Zero By Evan-AmosOwn work, Public Domain, Link
Raspberry Pi Compute Module
Raspberry Pi Compute Module By Raspberry Pi Foundation (Raspberry Pi Foundation) [CC BY-SA 4.0], via Wikimedia Commons

ลักษณะทั่วไปของ Raspberry Pi

  • เป็นคอมพิวเตอร์ที่ มีความสามารถในการใช้งานทั่วไป เช่น ใช้เพื่อทำงานเอกสาร, ดูหนัง ฟังเพลง, ใช้เพื่อการคำนวณต่างๆ หรือจะทำเป็น Web Server ก็ย่อมได้
  • เป็นคอมพิวเตอร์ที่ มีขนาดเล็ก
  • เป็นคอมพิวเตอร์ที่ มีราคาถูก เพราะผู้พัฒนามีเจตนาสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นสื่อการเรียนการสอนทางด้านคอมพิวเตอร์ และเพื่อให้กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาสามารถมีคอมพิวเตอร์ใช้ได้ทั่วถึงขึ้น
    • Raspberry Pi 3 Model B ราคาประมาณ 35 USD
    • Raspberry Pi Zero ราคาประมาณ 5 USD
    • Raspberry Pi Compute Module 3 ราคาประมาณ 30 USD
    • *** ราคานี้เป็นราคาโดยประมาณที่ยังไม่รวมค่านำเข้าไทย ค่าภาษี และ ราคาที่แต่ละร้านจะบวกเพิ่มเพื่อเป็นกำไร ***
  • เป็นคอมพิวเตอร์ที่ มีความสามารถในการสื่อสาร และควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ เช่น สามารถรับรู้สถานะของเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ว่ากำลังทำงานอยู่หรือไม่ และ ยังสามารถสั่งงานให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานหรือหยุดทำงานก็ได้

ใช้ Raspberry Pi ทำอะไรได้บ้าง ?

เนื่องจาก Raspberry Pi เป็นคอมพิวเตอร์ แน่นอนมันย่อมทำทุกอย่างที่คอมพิวเตอร์ทำได้ ส่วนนอกเหนือจากที่คอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไปทำได้ก็คงเป็นเรื่องของการสื่อสาร และควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งคงบรรยายได้ไม่หมดว่ามันทำอะไรได้บ้าง เอาเป็นว่าไปลองดูเว็บนี้ก็แล้วกัน ว่าเค้าใช้ Raspberry Pi ทำอะไรกันไปแล้วบ้าง 816 Projects tagged with “raspberry pi” – Hackaday.io

Raspberry Pi ต้องมีระบบปฏิบัติการ

ก่อนที่จะใช้ Raspberry Pi ได้นั้น จำเป็นต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการให้กับ Raspberry Pi ก่อน โดยระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กัน คือ ระบบปฏิบัติการ Raspbian เพราะเป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกสนับสนุนโดยตรงจากทาง Raspberry Pi Foundation นั่นเอง

*** Raspbian เป็นระบบปฏิบัติการตระกูลลินุกซ์ครับ ใครที่ไม่เคยใช้ลินุกซ์ก็อาจจะรู้สึกว่ามันยากสักหน่อยนะครับ ***

แต่นอกเหนือจากระบบปฏิบัติการ Raspbian แล้ว ก็ยังมีระบบปฏิบัติการอื่นๆ ให้เลือกใช้กันมากมาย ไปเลือกดูกันเองที่ https://www.raspberrypi.org/downloads/

การควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

บนบอร์ด Raspberry Pi จะมีสิ่งที่เรียกว่า GPIO (General Purpose Input-Output) ซึ่งมันคือส่วนที่เอาไว้ต่อสัญญาณ Input/Output เข้ากับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายนอกได้

Raspberry Pi 1 Model B+ GPIO Pins

การรับ/ส่งสัญญาณ Input/Output ผ่าน GPIO จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมสั่งงาน โดยภาษาที่นิยมใช้กันทั่วไป ได้แก่ ภาษา Python แต่นอกจากภาษา Python แล้ว ก็ยังมีภาษาอื่นๆ ให้เลือกใช้กันอีก เช่น C/C++, Shell Script และภาษาอื่นๆ

โดยรูปแบบหนึ่งของสัญญาณที่ใช้รับ/ส่งจะอยู่รูปแบบของแรงดันไฟฟ้า 0V กับ 3.3V เช่น

  • เมื่อ GPIO ขา X ได้รับไฟ 0V (หรือไม่ถูกจ่ายไฟ) >> โปรแกรมจะได้รับสัญญาณเป็น 0 หรือ False
  • เมื่อ GPIO ขา X ได้รับไฟ 3.3V >> โปรแกรมจะได้รับสัญญาณเป็น 1 หรือ True
  • เมื่อโปรแกรมส่งสัญญาณออกไปเป็น 0 หรือ False >> GPIO ขา X จะจ่ายไฟ 0V (หรือไม่จ่ายไฟ)
  • เมื่อโปรแกรมส่งสัญญาณออกไปเป็น 1 หรือ True >> GPIO ขา X จะจ่ายไฟ 3.3V

ตัวอย่างโค้ดโปรแกรมภาษา Python

ตัวอย่างนี้เป็นการตั้งให้ GPIO ขาที่ X เป็นขา Output และส่งสัญญาณออกไปเป็น True หรือก็คือจ่ายไฟออกไป 3.3V แต่ถ้าเปลี่ยนจาก True เป็น False ก็จะจ่ายไฟออกไป 0V (หรือไม่จ่ายไฟ)

ส่วนตัวอย่างนี้เป็นการตั้งให้ GPIO ขาที่ X เป็นขา Input และเมื่อได้รับไฟ 3.3V ตัวแปร input จะมีค่าเท่ากับ True และแน่นอนเมื่อได้รับไฟ 0V (ไม่ถูกจ่ายไฟ) ตัวแปร input ก็จะมีค่าเท่ากับ False นั่นเอง

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

แบ่งปันสิ่งนี้บน